ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ”
Uncategorized

ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ” ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ตุลาคม 5, 2020

หากจะพูดถึงการดื่มกาแฟ เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามันสามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัวของร่างกาย และสมอง ปลุกความสดชื่นให้สมองปลอดโปร่ง โดยหลายงานวิจัยชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในระหว่างวัน เช่น การศึกษาหนึ่งที่ให้ผู้เข้าร่วมทดลองสุขภาพดีรับคาเฟอีน 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตอน 9 โมงเช้าและบ่ายโมง เป็นเวลานาน 3 วัน ซึ่งพบว่าคาเฟอีนช่วยลดความง่วง เพิ่มความตื่นตัวและความจดจ่อในช่วงระหว่างวันได้ดี แต่เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่าหากเราดื่มกาแฟในปริมาณที่ถูกต้อง ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับ ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ” ที่เพื่อน ๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยค่ะ

ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ”

ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ” ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

1.ป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคพาร์กินสัน

ภาวะอาการที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติ และมีอาการสั่นตามร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากการเสื่อมหรือเสียหายของเซลล์สมองชนิดนี้ งานวิจัยพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมเป็นประจำนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้

การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนสรรพคุณข้อนี้ของคาเฟอีน ทดลองให้อาสาสมัคร 317 คนดื่มกาแฟและเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีคาเฟอีน ผลลัพธ์พบว่าการได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสันที่น้อยลงทั้งในเพศชายและเพศหญิง ทั้งนี้จากงานวิจัยทั้งหมดที่มี ประสิทธิภาพของคาเฟอีนในการลดความเสี่ยงโรคพาร์กินสันในเพศชายจะขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่ได้รับ

โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 3-4 แก้วต่อวันนั้นพบว่าช่วยให้ความเสี่ยงลดน้อยลงมาก แต่การดื่มเพียง 1-2 แก้วต่อวันก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน สำหรับผู้หญิง ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับไม่ได้มีผลต่อระดับความเสี่ยงมากนัก โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 1-3 แก้วต่อวันจะให้ผลดีที่สุดในการรับมือกับโรคพาร์กินสัน นอกจากนี้ผลการศึกษาที่น่าสนใจ ยังพบว่าการดื่มกาแฟจะไม่มีผลต่อการลดโอกาสเสี่ยงจากโรคนี้ ในผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทั้งเพศชายและเพศหญิง

ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ”

2.ป้องกันโรคเบาหวาน

จากการศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กาแฟอาจมีส่วนช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษากับผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด แล้วพบว่าการดื่มกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ หรือการทดลองในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ที่พบว่าการดื่มกาแฟโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อวันให้ผลดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค

3.ป้องกันโรคเก๊าท์

บางงานวิจัยแนะนำว่า การดื่มกาแฟอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคเก๊าท์ได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนคุณประโยชน์ด้านนี้ของกาแฟ ทำการทดลองในหญิง และชายจำนวนมาก โดยแบ่งกลุ่มให้ดื่มกาแฟปกติที่มีคาเฟอีน กาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีน ชา และคาเฟอีนอย่างเดียว เป็นเวลานานกว่า 4 ปี ปรากฏว่า การบริโภคกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์ได้ และพบว่าส่งผลให้ระดับกรดยูริก ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคลดต่ำลง

ประโยชน์ของการดื่ม “กาแฟ”

4.ป้องกันโรคอัลไซเมอร์

มีการกล่าวถึงสรรพคุณของคาเฟอีน ต่อการชะลอภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์กันมาก การดื่มกาแฟจะให้ผลดีจริงหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังมีการทดลองในด้านนี้ไม่มากนัก ทั้งนี้ได้มีการทบทวนการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่ง 3 ใน 5 ให้การสนับสนุนประโยชน์ของกาแฟในการป้องกันภาวะสมองเสื่อม และอัลไซเมอร์ แต่ 2 ใน 3 งานนั้นเป็นการศึกษาโดยใช้ชาผสมกับกาแฟ ซึ่งคุณประโยชน์ของชาในด้านนี้ ก็ยังคลุมเครืออยู่เช่นกัน ส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของกาแฟ และโรคนี้โดยตรง กล่าวว่าการดื่มกาแฟวันละ 3-5 แก้ว ตั้งแต่ในช่วงวัยกลางคน อาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ต่อภาวะสมองเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ในวัยสูงอายุที่ลดลงประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์

5.ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง

งานวิจัยหนึ่ง ที่มีผู้เข้าร่วมทดลอง 5,145 คน ดื่มกาแฟวันละ 1 หน่วยบริโภค วันละไม่เกิน 2 หน่วยบริโภค วันละ 2-2.5 หน่วยบริโภค หรือวันละ 2.5 หน่วยบริโภคขึ้นไป ผลการศึกษาชี้ว่าปริมาณการดื่มกาแฟที่มากขึ้น จะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรง และยังมีบางงานวิจัยที่กล่าวแนะนำประสิทธิภาพของกาแฟ ต่อการป้องกันโรคนี้ว่าการรับประทานกาแฟวันละ 3 แก้ว อาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ

6.ป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี

การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างกาแฟอย่างน้อยวันละ 400 มิลลิกรัม ดูเหมือนจะมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โดยจากการศึกษา ในผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาก่อนจำนวนหลายพันคน ปรากฏว่าความเสี่ยงต่อโรคทั้งชายและหญิง ยิ่งลดลงเมื่อได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้น โดยการดื่มกาแฟวันละ 800 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟประมาณ 4 แก้วขึ้นไปต่อวัน จะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ดีที่สุด

7.รักษาโรคตับ

การดื่มกาแฟอาจยังให้ผลดีต่อผู้ป่วยโรคตับ โดยมีการทบทวนงานวิจัยที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการสรุปข้อมูลที่พบในปัจจุบัน งานวิจัยบางงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟ อาจมีความสัมพันธ์กับระดับเอนไซม์ตับ และผลตรวจการทำงานของตับที่ดียิ่งขึ้น ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคตับทั้งหลาย

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับประโยชน์ของการดื่มกาแฟ ที่เราได้นำมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันมากขึ้น จะเห็นว่ากาแฟนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องดื่มให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้กลายเป็นโทษต่อร่างกายได้เช่นกันค่ะ

อ่านบทความ สุขภาพดีคือการมีสุขภาพกาย แล้วสุขภาพจิตใจที่ดีไปพร้อมกัน ได้ที่ raksukkapaap หรืออ่านบทความบนเว็บไซต์ของเราเพิ่มเติมเพียง คลิก